น้ำเต้าปูปลาออนไลน์ แทนฟาน ไดค์? คอนเฟิร์มหลังลาซิโอเตรียมซบนักบุญ

น้ำเต้าปูปลาออนไลน์

ผู้บริหารอินทรีฟ้าขาวยืนยันปราการหลังชาวดัตช์เตรียมย้ายซบนักบุญแดนใต้

น้ำเต้าปูปลาออนไลน์ อิกลี ทาเร ผอ.กีฬาของลาซิโอ คอนเฟิร์ม เวสลีย์ โฮดต์ กองหลังของทีมเตรียมย้ายไปเล่นกับ เซาแธมป์ตัน ในพรีเมียร์ลีก

ก่อนหน้านี้สื่ออิตาลีระบุว่า นักบุญแดนใต้ยื่นข้อเสนอเบื้องต้น 15.5 ล้านปอนด์ เข้ามาสู่ปราการหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์สแล้ว โดยล่าสุดอินทรีฟ้าขาวยอมรับว่านักเตะขอขึ้นบัญชีย้ายทีมแล้วและกำลังจะย้ายไปเล่นในอังกฤษในเร็ววันนี้

“เขาขอย้ายทีมแล้ว เขาต้องการเป็นตัวจริงในลีกอังกฤษและจะย้ายไปเซาแธมป์ตันในเร็วอนาคตอันใกล้นี้” ทาเร กล่าวผ่าน Premium Sport

“เขาได้รับประสบการณ์ที่ดีที่นี่ ผมขออวยพรให้เขาโชคดี”

คาดว่า เซาแธมป์ตันดึงโฮดต์เข้ามาเสริมแนวรับเพื่อทดแทน เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ที่ส่อแววย้ายทีมนั่นเอง

น้ำเต้าปูปลาออนไลน์ ดาวโรจน์ลีกเอิงพาเหรดติดทัพตราไก่

น้ำเต้าปูปลาออนไลน์

บรรดานักเตะดาวรุ่งของลีกสูงสุดแดนน้ำหอมต่างพากันมีชื่อติดโผทีมชาติฝรั่งเศสชุดลุยรอบคัดเลือกเวิลด์คัพ 2018

น้ำเต้าปูปลาออนไลน์ ทีมชาติฝรั่งเศส ประกาศรายชื่อนักเตะชุดทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกโซนยุโรป ที่จะพบกับลักเซมเบิร์ก วันที่ 25 มีนาคม และลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องกับสเปน วันที่ 28 มีนาคม ออกมาเป็นที่เรียบร้อย

ขุนพลเลส์ เบลอส์ ภายใต้การนำทัพของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฟุตบอลยูโร 2016 ซึ่งตัวเองเป็นเจ้าภาพ แม้จะแพ้โปรตุเกสในรอบชิงชนะเลิศ และได้เพียงแค่รองแชมป์เท่านั้น แต่นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีของทัพตราไก่ที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

ทั้งนี้ ในทีมชุดล่าสุด เดเด้ ได้เลือกผู้เล่นดาวรุ่งหน้าใหม่เข้ามาหลายๆต่อหลายคน อาทิเช่น เพรสแนล คิมเพมเบ้ กองหลังจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง อุสมาน เดมเบเล แนวรุกตัวจิ๊ดจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ คีเลียน เอ็มบับเป้ กองหน้าฟอร์มแรงจากโมนาโก เป็นต้น

น้ำเต้าปูปลาออนไลน์ เมสซีแฮตทริคฮีโร่พาบาร์ซาถล่มจมเรือ 4-0

น้ำเต้าปูปลาออนไลน์

ซูเปอร์สตาร์หมายเลข 10 ซัดสามประตูพาทัพอาซูลกรานาเปิดคัมป์นูเก็บชัยเหนือเรือใบสีฟ้า โดยทั้งสองทีมต่างก็มีนักเตะโดนใบแดงไปฝั่งละคนด้วย

น้ำเต้าปูปลาออนไลน์ หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือเจ้าบ้าน ได้รับข่าวดีเมื่อแนวรุกตัวเก่งอย่าง ลิโอเนล เมสซี กลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงได้แล้ว รวมถึง 3 นักเตะที่ได้พักในเกมลาลีกาเมื่อวันเสาร์ที่ถล่มเดปอร์ติโบ ลา คอรุนญา 4-0 อย่าง จอร์ดี้ อัลบ้า, ซามูเอล อุมติตี้ และ อันเดรส อิเนียสต้า ก็มีชื่อเป็น 11 คนแรกเช่นกัน

ด้านทีมเยือนของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ซึ่งได้กลับมายังถิ่นเก่าคู่บุญของตัวเองอีกครั้ง ตัดสินใจดร็อป เซร์คิโอ อเกวโร เป็นแค่ตัวสำรอง แล้วเลือกดันให้ เควิน เดอ บรอยน์ ขึ้นเป็นยืนเป็นกองหน้าจำเป็น คอยทำเกมรุกร่วมกับ โนลิโต้, ดาบิด ซิลบา และ ราฮีม สเตอร์ลิง

เกมในช่วง 45 นาทีแรก เป็นบาร์ซาที่ครองบอลบุกได้เหนือกว่า จนกระทั่งนาทีที่ 17 ก็สามารถพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะที่ เมสซี ไหลเข้าเขตโทษให้ อิเนียสต้า ตอกส้นกลับคืนมาให้ เมสซี ซึ่งเก็บตกบอลจากที่ แฟร์นันดินโญ ไปลื่นเสียก่อนจนวิ่งมาสกัดไม่ทัน ก่อนที่กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินาลากหลบ เคลาดิโอ บราโว แล้วยิงด้วยซ้ายโล่งๆอย่างง่ายดาย ส่งให้ทัพอาซูลกรานาออกนำในครึ่งแรก 1-0

ครึ่งหลังสถานการณ์ยิ่งเป็นใจให้เจ้าบ้านมากขึ้นไปอีก เมื่อซิตี้ต้องมาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน ในนาทีที่ 53 จากจังหวะที่ บราโว เจตนาใช้มือปัดลูกยิงของ หลุยส์ ซัวเรซ นอกเขตโทษแบบชัดเจน ทำให้ถูกผู้ตัดสินควักใบแดงไล่ออกไปทันที รวมถึงเรือใบสีฟ้าเองก็ต้องเสีย พาโบล ซาบาเลต้า ซึ่งบาดเจ็บ ทำให้ต้องถอดเอา โนลิโต้ ออกไปด้วย แล้วส่งตัวสำรองอย่าง วิลลี กาบาเยโร และ กาแอล กลิชี ลงมาแทน

เมื่อเป็นฝ่ายได้เปรียบตัวผู้เล่น บาร์ซาก็มาบวกลูกสองเพิ่มได้อีก ในนาทีที่ 61 จากจังหวะที่ อิเนียสต้า ไหลบอลให้ เมสซี แต่งเข้าซ้ายข้างถนัดแล้วซัดเน้นๆจากหน้ากรอบเขตโทษเข้าไปอย่างเด็ดขาด ช่วยให้ทัพอาซูลกรานาหนีห่างเป็น 2-0

ถัดมาอีก 8 นาที สกอร์เริ่มไหล หลังเจ้าบ้านมาได้ประตูที่สามเพิ่มเติมอีก จากจังหวะที่ ซัวเรซ บรรจงส่งบอลจากริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายถวายพานให้ เมสซี ตวัดแปด้วยซ้ายบริเวณจุดโทษเข้าไป ทำให้อดีตแชมป์ยุโรป 5 สมัยนำห่างถึง 3-0

อย่างไรก็ตาม บาร์ซาก็ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนเท่ากันบ้าง ในนาทีที่ 73 เมื่อ เฌเรมี มาติเยอ ไปเจตนาเสียบสกัดใส่ สเตอร์ลิง จนโดนผู้ตัดสินชูใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 87 เจ้าบ้านมาได้จุดโทษ จากจังหวะที่ เมสซี โดน อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ เสียบล้มลงไป แต่ เนย์มาร์ กลับสังหารไปติดเซฟของ กาบาเยโร อย่างน่าเสียดาย

แต่ในอีก 2 นาทีต่อมา ทัพอาซูลกรานาก็มาบวกลุกสี่ปิดกล่องจนได้ จากจังหวะที่ เมสซี ไหลให้ เนย์มาร์ ลากเข้าเขตโทษก่อนแหวกแนวรับทีมเยือนแล้วซัดด้วยขวาเข้าไป ทำให้จบเกมเป็นบาร์เซโลนาที่ถล่มเอาชนะไปได้สำเร็จ 4-0 เก็บ 9 แต้มเต็มนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มซี ส่วนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ยังอยู่อันดับ 2 มี 4 แต้มเท่าเดิม